แรงบัลดาลใจของการทำตำแหน่งวิชาการ
ผศ.ดร.อิทธิพล สิงห์คำ


"ประสบการณ์ รายได้ ความภาคภูมิใจ"

1. "ประสบการณ์"

- การเป็น Reviewer ให้กับวารสารวิชาการ

- การเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์

- ทำให้ได้รับโอกาสที่จะรับทราบข้อมูล องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในสายงานที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ

2. "รายได้"

- ส่วนแรก จากเงินประจำตำแหน่ง

- ส่วนที่สอง จากฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

- ส่วนที่สาม จากโอกาสที่เพิ่มขึ้นในลักษณะอื่นเช่น การเป็นกรรมการวิชาการ เป็นวิทยากร เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น

3. "ความภาคภูมิใจ"

- ตนเอง

- ครอบครัว

 


แนวความคิดในการขอตำแหน่งวิชาการ (ผศ.)
โดย อาจารย์กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์


1. วางแผน เพื่อสร้างสรรค์ : วาดฝันให้ตนเองก่อน เพราะคนที่มีความฝันก็คือคนที่คิดถึงอนาคต ในฐานะอาจารย์ผู้สอน การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญสำหรับสายงานอาชีพนี้ โดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบันระเบียบจากกระทรวงศึกษา และระเบียบมหาวิทยาลัยจะเป็นตัวบังคับให้อาจารย์ผู้สอนต้องเรียนระดับดุษฎีบัณฑิต และจะบังคับให้ทำตำแหน่งทางวิชาการ ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็กระทำก็จงสร้างสรรค์งานวิชาการเองด้วยความสมัครใจ ชีวิตจะมีสุขกว่าการต้องถูกบังคับให้ทำงาน

2. ต่อยอด เพิ่มคุณค่า : ในฐานะอาจารย์ผู้สอน จะมีการจัดเตรียมเอกสารการสอน ทำสื่อการสอน Power point และต้องทำการศึกษาเอกสารหนังสือจำนวนมากอยู่แล้วเพื่อจัดการเรียนการสอน ในระยะเวลาการทำงานสอน 5 ปี ก็นำเนื้อหา เอกสาร ผลงานทั้งสื่อตัวอย่างที่ใช้ในการสอนนักศึกษา และผลงานของนักศึกษาที่ได้ปฏิบัติในชั้นเรียน มาต่อยอด จัดระเบียบเอกสาร รูปเล่มอย่างมีระบบตามเกณฑ์ในการจัดทำเอกสารประกอบการสอน หนังสือ และตำราของมหาวิทยาลัยเพื่อเพิ่มคุณค่าในการส่งขอผลงาน

3. ปฎิบัติตามเกณฑ์ให้ถูกต้อง : ในการทำตำแหน่งทางวิชาการจะมีเกณฑ์ระบุที่ชัดเจนในการขอตำแหน่ง ผศ. รศ. หรือ ศ. ควรศึกษาเกณฑ์ให้ชัดเจน เพราะมีอาจารย์หลายท่านที่ไม่กล้าส่ง เพราะกลัวงานตนจะไม่เข้าตากรรมการผู้อ่าน และควรตรวจสอบปริมาณงานที่จะส่งว่าครบ ครอบคลุมเกณฑ์ที่จะขอนั้นหรือไม่ เช่นถ้าเป็นงานวิจัยได้ตีพิมพ์กับหน่วยงานที่ สกอ.รองรับหรือไม่ เอกสารการสอนมีการแจกแจงการประเมินคะแนนหรือไม่ แม้แต่รายละเอียดปีกย่อย เช่น หมายเลขหน้า อ้างอิง ถูกต้องหรือไม่

4. กล้าคิด กล้าทำ และกล้าส่ง : ประเด็นนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะมีอาจารย์หลายท่านที่มัวแต่คิด แต่ไม่ทำพร้อมข้ออ้างร้อยแปด บ้างก็ว่าไม่มีเวลา บ้างก็ว่าติดภาระกิจครอบครัว บ้างก็ว่าทำไม่เป็น ซึ่งถ้ามีการวางแผนและตั้งเป้าที่แน่นอนแล้วข้ออ้างนี้จะไม่เป็นอุปสรรคเลย และเมื่อลงมือกระทำถ้าทำด้วยความตั้งใจและรอบคอบ ปัญหาเรื่องกล้าส่งก็จะไม่เกิดขึ้น

5. ใจสงบ เพื่อฟังผล : เมื่อส่งผลงานแล้ว สิ่งที่จะตามมาคืออาการฟุ้ง ยิ่งผลการอ่านผลงานวิชาการยาวนานใจก็จะยิ่งฟุ้ง ดังนั้นพยายามทำใจให้สงบ พยายามอยู่กับโลกปัจจุบันทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ผลที่ออกมาอาจมีผ่าน ไม่ผ่าน ถ้าผ่านก็แปลว่าเราทำมาได้ดีแล้ว ถ้าไม่ผ่านก็ต้องตั้งสติอย่าท้อ พักใจให้หายเหนื่อยวิเคราะห์เหตุผลที่ไม่ผ่านแล้วค่อยลงมือสร้างสรรค์งานขึ้นมาใหม่