Page 23 - KM TECHNO 66
P. 23
16
1.2 วารสารวิชาการระดับนานาชาตินั้น ตองเปนวารสารที่อยูในฐานขอมูลที่ ก.พ.อ. กําหนด ไดแก
ERIC, MathsciNet, Pubmed, Scopus, Web of Science (เฉพาะในฐานขอมูล SCIE, SSCI และ AHCI
้
้
เทานั้น), JSTOR และ Project Muse ท้งนี วารสารวิชาการนันอาจเผยแพรเปนรูปเลมสิ่งพิมพ หรือเปนสื่อ
ั
อิเล็กทรอนิกส
ี
้
ุ
่
ี
2. เผยแพรในหนังสือรวมบทความวิจัยทไดมการบรรณาธิการ โดยคณะผูทรงคณวุฒิในสาขาวิชานัน
ๆ (peer reviewer) ประเมินคุณภาพ
ั
ี
3. นําเสนอเปนบทความวิจัยตอทประชุมทางวิชาการท่เปนฉบับเตมของการประชุมระดบชาติ
ี
่
็
หรือระดับ นานาชาติ โดยตองมีคณะผูทรงคุณวุฒิหรือคณะกรรมการคัดเลือกบทความซ่งเปนผูทรงคุณวุฒิ
ึ
ี
ี
่
ี
ท่อยูในวง วิชาการนั้นหรือสาขาวิชาทเก่ยวของทําหนาท่คัดสรรกลันกรอง รวมถึงตรวจสอบความถูกตอง
ี
่
ี
การใชภาษา และแกไขถอยคําหรือรูปแบบการนําเสนอท่ถกตองกอนการเผยแพรในหนังสือประมวล
ู
บทความในการประชุม ทางวิชาการ (proceedings) ท่มาจากการประชุมโดยสมาคมวิชาการหรือวิชาชีพ
ี
ึ
โดยไมรวมถึงการประชุม วิชาการของสถาบันอดมศึกษา และจัดอยางตอเนื่องไมนอยกวา 5 ป ซ่งอาจอยูใน
ุ
รูปแบบหนังสือหรือสื่อ อิเล็กทรอนิกส และอาจเผยแพรกอนหรือหลังการประชุมก็ได ท้งนี้
ั
ี
คณะผูทรงคุณวุฒิหรือคณะกรรมการ คดเลือกบทความดงกลาวจะตองมผูทรงคุณวุฒิท่อยูในวงวิชาการ
ี
ั
ั
สาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวของจาก หลากหลายสถาบัน
4. เผยแพรในรูปของรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ พรอมหลักฐานวาไดเผยแพรไปยังวงวิชาการและ
ั
วิชาชีพในสาขาวิชานั้นและสาขาวิชาท่เก่ยวของอยางกวางขวางตามท่สภาสถาบันอุดมศกษากําหนด ท้งนี ้
ี
ึ
ี
ี
คณะผูทรงคณวุฒิ (peer reviewer) จะตองไมใชคณะกรรมการตรวจรับทุนหรือตรวจรับงานจางเพ่อให
ุ
ื
งานวิจัยนั้นเปนไปตามวัตถุประสงคหรือขอกําหนดของสัญญาจางเทานั้น
5. เผยแพรในรูปของหนังสือ (monograph) พรอมหลักฐานวาไดเผยแพรไปยังวงวิชาการ
ุ
และวิชาชพในสาขาวิชานั้นและสาขาวิชาที่เกยวของอยางกวางขวางตามที่สภาสถาบันอดมศกษากาหนดเมอไดเผ
ํ
ื่
ึ
ี่
ยแพร “งานวิจัย” ตามลักษณะขางตนแลว การนํา “งานวิจัย” นั้น มาแกไขปรับปรุงหรือเพมเติมสวนใดสวนหนึ่ง
ิ่
ื
ุ
่
เพอ นํามาเสนอขอกาหนดตาแหนงทางวิชาการและใหมการประเมินคณภาพ “งานวิจัย” นันอีกครั้งหนึงจะ
่
ํ
้
ี
ํ
กระทําไมได
ลักษณะคุณภาพ
ู
ระดับ B เปนงานวิจัยท่มีกระบวนการวิจัยทกขนตอนถกตองเหมาะสมในระเบียบวิธีวิจัย
ุ
ี
ั
้
ซึ่งแสดงใหเห็นถึง ความกาวหนาทางวิชาการหรือนําไปใชประโยชนได
ึ
ระดับ A ใชเกณฑเดียวกบระดบ B และตองเปนผลงานทแสดงถงการวิเคราะหและนําเสนอผล
ั
ั
ี
่
ิ
ึ
้
ู
เปนความรู ใหมทลึกซงกวางานเดมทเคยมผูศกษาแลว และตองเปนท่ยอมรับหรือไดรับการอางองในฐานขอมล
ี
่
ิ
ึ
ี
ี
ี
่
ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ หรือสามารถนําไปใชประโยชนไดอยางแพรหลาย โดยมีหลักฐานท่แสดง
ี
การวิเคราะหใหเห็นถึงคณประโยชนในดานสังคมหรือมูลคาทางเศรษฐกิจจาก นิติบุคคลองคกรท่สาม (Third
ุ
ี
Party) ที่ไมมีสวนไดสวนเสีย

